รสนิยมทางเพศ

 

ปัจจุบันในโลกเรามีเพศมากกว่าเพศหญิงและเพศชาย ก็คือที่รู้จักกันก็คือเพศที่  3

ไม่ว่าจะเป็น เลสเบี้ยน ทอม ดี้ เกย์ กระเทย ตุ๊ด เควียร์ เป็นต้น

เรามารู้จักกันเลยว่าแต่ละชื่อที่เรียกกันมานั้นแตกต่างกันอย่างไร

1.เลสเบี้ยน หมายถึง ผู้หญิงที่รักผู้หญิงด้วยกันลักษณะภายนอกเป็นผู้หญิงทั้งคู่ไม่ได้ต่างจากเพศหญิงเลย จะต่างก็แค่ว่ามีความต้องการแค่ผู้หญิงเหมือนกัน

2.ทอม หมายถึง ผู้หญิงที่รักผู้หญิงด้วยกันแต่จะต่างกันตรงที่ ทอมจะเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกภายนอกแสดงออกเหมือนผู้ชาย เช่น ตัดผมสั้น ไม่ชอบใส่กระโปง แต่งตัวเหมือนผู้ชาย 

3.ดี้ หมายถึง ผู้หญิงที่ชอบทอมหรือสาวหล่อนั้นเองและไม่ชอบผู้ชายเลยเรียกได้ว่าทั้งชีวิตนี้จะคบแค่ทอมเท่านั้น

4.เกย์ หมายถึง ผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันซึ่งยังแบ่งเกย์ได้อีก 2 ประเภทคือ

เกย์ควีนก็จะเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันแต่จะเป็นฝ่ายรับอยากเดียว 

เกย์คิงก็จะเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันแต่จะชอบเป็นฝ่ายลุกอย่างเดียว 

แต่บางคนก็ได้ทั้งรับและลุก

5.กระเทย หมายถึง ผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงแล้วไม่ว่าจะเป็นการแปลงเพศ การเสริมหน้าอก ทำทุกอย่างรวมถึงการเทคฮอร์โมนให้กล่องเสียงเล็กลงเสียงจะเริ่มเปลี่ยนเหมือนเสียงผู้หญิงมากขึ้นและกระเทยก็คือผู้หญิงที่แปลงเพศมาแล้วรักกับผู้ชาย

6.ตุ๊ด หมายถึง ตุ๊ดกับกระเทยต่างกันตรงที่ยังไม่ได้แปลงเพศแต่ก็รักกับผู้ชายเหมือนกัน

7.ทอมเกย์ หมายถึง ทอมที่รักได้ทั้งผู้หญิง ดี้ และทอมด้วยกัน

8.ไบท์ หมายถึง ผู้หญิงที่รักได้ทั้งทอม เลสเบี้ยน และผู้ชาย

9.โบ๊ท หมายถึง ผู้ชายที่รักได้ทั้งผู้หญิง เกย์คิง

10.อดัม หมายถึง ผู้ชายที่ชอบทอม

11.แองจี้ หมายถึง กระเทยชอบทอม

12.สามย่าน หมายถึง ผู้หญิงที่เป็นได้ทั้งเลสเบี้ยน ทอม ผู้หญิง พร้อมแปลงกายได้ทุกเมื่อ

13.ทรานส์แมน หมายถึง ผู้ชายข้ามเพศหรือทอมที่แปลงเพศมาเป็นผู้ชายทั้งตัดหน้าอก แปลงอวัยวะเพศหญิงเป็นอวัยวะเพศชายและเทคฮอร์โมนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเหมือนผู้ชายมากขึ้นรวมไปถึงเสียงที่เปลี่ยนไปด้วย

จริง ๆ แล้วยุคสมัยนี้คำว่าความรักมันคงไม่จำกัดแค่เพศหญิงหรือเพศชายกันแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไรคุณทุกคนก็มีความรักในรูปแบบของตัวเองได้ สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นว่าเราเป็นอะไร ชอบแบบไหน รู้สึกดีกับใครมากกว่า ไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาคนอื่นเพราะคนอื่นไม่ได้มามีความสุขหรือทุกข์กับเรา แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือไม่ไปก่อปัญหาหรือเบียดเบียนผู้อื่น เป็นคนดีของสังคม เราเชื่อว่ายุคสมัยนี้แล้วผู้ปกครองเกือบทุกบ้านเข้าใจเรื่องเพศที่ 3 และยอมรับกันมากขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนยุคเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนตาม 

เรามาผู้ถึงในฝั่งของผู้ปกครองหรือพ่อแม่กันบ้าง

อย่างอื่นเลยเราควรที่จะสังเกตุว่าลูกเรามีความรู้สึกกับเพศเดียวกันหรือเป็นเพศที่ 3 หรือไมจากนั้นเราควรให้ความสนับสนุนกับลูกเราให้ถูกวิธี ไม่ใช่ ส่งลูกคุณไปพบจิตแพทย์เพื่อแก้ไขการเบี่ยงเบนทางเพศ ด่า ตบ ตี ถึงจะทำร้ายลูกทางร่างกายหรือจิตใจลูกไป ลูกคุณก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ดีเพราะเราทุกคนไม่สามารถบังคับความรู้สึกรักหรือชอบได้จริงหรือไม่?

วิธีที่คุณควรทำและให้ลูกคุณมีความสุขมากกว่าเดิม

1.เปิดใจรับฟังลูก คุยกับลูกให้ลูกรู้สึกว่าสบายใจที่มีพ่อแม่คอยรับฟังและสามารถคุยได้ในทุก ๆ เรื่อง

2.สนับสนุนในสิ่งที่ลูกเป็นไปให้สุดทาง ไม่ใช่บังคับลูกให้เค้าทำตามในสิ่งที่เราต้องการ

3.ทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกเป็น ในสิ่งที่ลูกชอบ

4.สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ควรแนะนำให้กับลูกคือวิธีป้องกันทั้งเรื่องท้องหรือเรื่องป้องกันโรคต่าง ๆ 

ไม่จำเป็นต้องรอโรงเรียนสอนจริง ๆ แล้วควรที่จะเป็นพ่อแม่ที่สอนและแนะนำเรื่องทางเพศมากกว่า คนไทยมีค่านิยมที่ผิด ๆ การคุยกับลูกเรื่องเพศไม่ใช่เรื่องหน้าอายเลย ถ้าเราไม่แนะนำลูก ลูกก็อาจจะไปถามเพื่อนเหมือนไปทดลองกันเอง ถ้าเราบอกและแนะนำลูกเองจะไม่ดีกว่ารึเปล่า