ดอกไม้ประจำวันเกิด และ ต้นไม้ประจำวันเกิด ทายนิสัยแม่นๆ

ดอกไม้ประจำวันเกิด และ ต้นไม้ประจำวันเกิด ทายนิสัยแม่นๆ

       ทุกคนคะรู้ไหมว่าวันเกิดของคนเราเนี่ย ไม่ใช่เพียงแค่เป็นวันที่เราเกิดมาเฉยๆ นะคะ แต่ในแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์เนี่ย จะมีดอกไม้และต้นไม้ประจำวันเกิดอยู่ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เนี่ยจะสามารถบ่งบอกนิสัยพื้นฐานของเจ้าของวันเกิดได้ว่าเป็นคนอย่างไร รวมไปถึงหากนำมาปลูกก็จะถูกโฉลกและเป็นมงคลกับตัวเองด้วย วันนี้เราจึงได้นำดอกไม้ประจำวันเกิด และ ต้นไม้ประจำวันเกิด พร้อมกับคำทำนายนิสัยแม่น ๆ มาฝากกัน มาดูกันเลยว่าวันเกิดของคุณมีดอกไม้และต้นไม้อะไรประจำวันเกิดบ้าง และลึก ๆ แล้วคุณเป็นคนมีนิสัยอย่างไรบ้าง เรามาทายนิสัยแม่นๆ จากดอกไม้ประจำวันเกิด และ ต้นไม้ประจำวันเกิดกัน

เกิดวันอาทิตย์
       ต้นไม้ประจำวันเกิด  เป็นต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา และต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม
       ดอกไม้ประจำวันเกิด  เป็นดอกกุหลาบสีส้ม จะถูกโฉลกกับคนที่เกิดวันอาทิตย์ คนเกิดวันนี้มีนิสัยทะเยอทะยานและกระตือรือร้น คุณและดอกไม้มีความหมายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ ดอกไม้อีกชนิดสำหรับผู้เกิดวันนี้คือ ดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์เสมอ บอกถึงตัวคุณที่เชื่อมั่น หัวสูง ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย 

เกิดวันจันทร์
       ต้นไม้ประจำวันเกิด คือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอม คุณจะยิ่งโชคดี
       ดอกไม้ประจำวันเกิด  คือ ดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวคุณที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย ส่วนดอกไม้อีกชนิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน 

เกิดวันอังคาร
      ต้นไม้ประจำวันเกิด คือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถ ออกดอกสีชมพู ต้นเข็มออกดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของคุณออกดอกมาก ๆ บอกได้ว่าคุณกำลังมีความสุข
      ดอกไม้ประจำวันเกิด คือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้ 

เกิดวันพุธ
      ต้นไม้ประจำวันเกิด คือ พิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว โดยเฉพาะต้นกระดังงา ต้นสนฉัตร ดังนั้น คุณควรปลูกต้นไม้เยอะ ๆ ถึงจะโชคดี ต้นไม้เหล่านั้นจะช่วยปกป้องคุ้มครองคุณได้
      ดอกไม้ประจำวันเกิด คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ คนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูต และรักสันติภาพ เป็นนักคำนวณ (เงิน) ตัวยง รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ควรระมัดระวังเรื่องใจอ่อน ใจง่าย เชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไป 

เกิดวันพฤหัสบดี
       ต้นไม้ประจำตัว คือ ต้นโสน ต้นราชพฤกษ์ และต้นบานบุรี หากมีต้นไม้เหล่านี้อยู่ในบ้านจะช่วยคุ้มครองดูแล 
       ดอกไม้ประจำวันเกิด คือ ดอกกุหลาบสีเหลือง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความรัก รักซ้อนซ่อนใจ เพราะคนที่เกิดวันนี้เป็นคนรักง่ายหน่ายเร็ว เจ้าชู้เล็ก ๆ ดอกไม้อีกชนิดหนึ่งคือ ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู หมายถึงรักของคุณที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน คนที่เกิดวันนี้ จริง ๆ แล้วเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและมีอารมณ์ขัน น่ารักเหมือนดอกไม้ของคุณนั่นแหละ 

เกิดวันศุกร์
        ต้นไม้ประจำตัว คือ ต้นพยับหมอก ต้นแส ต้นอัญชัน
        ดอกไม้ประจำวันเกิด คือ กุหลาบทุกสี เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ล้นเหลือ หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบดอกไวโอเลต ว่า “ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ” คนเกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล จึงได้ดอกลาเวนเดอร์ ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกดอกหนึ่ง 

เกิดวันเสาร์
          ต้นไม้ประจำตัวจะมีต้นไม้พวกต้นกัลปังหา ต้นพวงคราม ต้นอินทนิล
         ดอกไม้ประจำวันเกิด คือ ดอกลิลลี่ อันหมายถึงรักครั้งแรก รักที่บริสุทธิ์ เพราะคนที่เกิดวันเสาร์เป็นคนจริงจังและซีเรียส จึงรักใครยากหน่อย ทว่า ดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ที่กระทบใจคนขี้เหงาวันเสาร์ได้ดีทีเดียว

รสนิยมทางเพศ

รสนิยมทางเพศ

 

ปัจจุบันในโลกเรามีเพศมากกว่าเพศหญิงและเพศชาย ก็คือที่รู้จักกันก็คือเพศที่  3

ไม่ว่าจะเป็น เลสเบี้ยน ทอม ดี้ เกย์ กระเทย ตุ๊ด เควียร์ เป็นต้น

เรามารู้จักกันเลยว่าแต่ละชื่อที่เรียกกันมานั้นแตกต่างกันอย่างไร

1.เลสเบี้ยน หมายถึง ผู้หญิงที่รักผู้หญิงด้วยกันลักษณะภายนอกเป็นผู้หญิงทั้งคู่ไม่ได้ต่างจากเพศหญิงเลย จะต่างก็แค่ว่ามีความต้องการแค่ผู้หญิงเหมือนกัน

2.ทอม หมายถึง ผู้หญิงที่รักผู้หญิงด้วยกันแต่จะต่างกันตรงที่ ทอมจะเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกภายนอกแสดงออกเหมือนผู้ชาย เช่น ตัดผมสั้น ไม่ชอบใส่กระโปง แต่งตัวเหมือนผู้ชาย 

3.ดี้ หมายถึง ผู้หญิงที่ชอบทอมหรือสาวหล่อนั้นเองและไม่ชอบผู้ชายเลยเรียกได้ว่าทั้งชีวิตนี้จะคบแค่ทอมเท่านั้น

4.เกย์ หมายถึง ผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันซึ่งยังแบ่งเกย์ได้อีก 2 ประเภทคือ

เกย์ควีนก็จะเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันแต่จะเป็นฝ่ายรับอยากเดียว 

เกย์คิงก็จะเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันแต่จะชอบเป็นฝ่ายลุกอย่างเดียว 

แต่บางคนก็ได้ทั้งรับและลุก

5.กระเทย หมายถึง ผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงแล้วไม่ว่าจะเป็นการแปลงเพศ การเสริมหน้าอก ทำทุกอย่างรวมถึงการเทคฮอร์โมนให้กล่องเสียงเล็กลงเสียงจะเริ่มเปลี่ยนเหมือนเสียงผู้หญิงมากขึ้นและกระเทยก็คือผู้หญิงที่แปลงเพศมาแล้วรักกับผู้ชาย

6.ตุ๊ด หมายถึง ตุ๊ดกับกระเทยต่างกันตรงที่ยังไม่ได้แปลงเพศแต่ก็รักกับผู้ชายเหมือนกัน

7.ทอมเกย์ หมายถึง ทอมที่รักได้ทั้งผู้หญิง ดี้ และทอมด้วยกัน

8.ไบท์ หมายถึง ผู้หญิงที่รักได้ทั้งทอม เลสเบี้ยน และผู้ชาย

9.โบ๊ท หมายถึง ผู้ชายที่รักได้ทั้งผู้หญิง เกย์คิง

10.อดัม หมายถึง ผู้ชายที่ชอบทอม

11.แองจี้ หมายถึง กระเทยชอบทอม

12.สามย่าน หมายถึง ผู้หญิงที่เป็นได้ทั้งเลสเบี้ยน ทอม ผู้หญิง พร้อมแปลงกายได้ทุกเมื่อ

13.ทรานส์แมน หมายถึง ผู้ชายข้ามเพศหรือทอมที่แปลงเพศมาเป็นผู้ชายทั้งตัดหน้าอก แปลงอวัยวะเพศหญิงเป็นอวัยวะเพศชายและเทคฮอร์โมนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเหมือนผู้ชายมากขึ้นรวมไปถึงเสียงที่เปลี่ยนไปด้วย

จริง ๆ แล้วยุคสมัยนี้คำว่าความรักมันคงไม่จำกัดแค่เพศหญิงหรือเพศชายกันแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศอะไรคุณทุกคนก็มีความรักในรูปแบบของตัวเองได้ สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็นว่าเราเป็นอะไร ชอบแบบไหน รู้สึกดีกับใครมากกว่า ไม่จำเป็นต้องแคร์สายตาคนอื่นเพราะคนอื่นไม่ได้มามีความสุขหรือทุกข์กับเรา แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือไม่ไปก่อปัญหาหรือเบียดเบียนผู้อื่น เป็นคนดีของสังคม เราเชื่อว่ายุคสมัยนี้แล้วผู้ปกครองเกือบทุกบ้านเข้าใจเรื่องเพศที่ 3 และยอมรับกันมากขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนยุคเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนตาม 

เรามาผู้ถึงในฝั่งของผู้ปกครองหรือพ่อแม่กันบ้าง

อย่างอื่นเลยเราควรที่จะสังเกตุว่าลูกเรามีความรู้สึกกับเพศเดียวกันหรือเป็นเพศที่ 3 หรือไมจากนั้นเราควรให้ความสนับสนุนกับลูกเราให้ถูกวิธี ไม่ใช่ ส่งลูกคุณไปพบจิตแพทย์เพื่อแก้ไขการเบี่ยงเบนทางเพศ ด่า ตบ ตี ถึงจะทำร้ายลูกทางร่างกายหรือจิตใจลูกไป ลูกคุณก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ดีเพราะเราทุกคนไม่สามารถบังคับความรู้สึกรักหรือชอบได้จริงหรือไม่?

วิธีที่คุณควรทำและให้ลูกคุณมีความสุขมากกว่าเดิม

1.เปิดใจรับฟังลูก คุยกับลูกให้ลูกรู้สึกว่าสบายใจที่มีพ่อแม่คอยรับฟังและสามารถคุยได้ในทุก ๆ เรื่อง

2.สนับสนุนในสิ่งที่ลูกเป็นไปให้สุดทาง ไม่ใช่บังคับลูกให้เค้าทำตามในสิ่งที่เราต้องการ

3.ทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกเป็น ในสิ่งที่ลูกชอบ

4.สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่ควรแนะนำให้กับลูกคือวิธีป้องกันทั้งเรื่องท้องหรือเรื่องป้องกันโรคต่าง ๆ 

ไม่จำเป็นต้องรอโรงเรียนสอนจริง ๆ แล้วควรที่จะเป็นพ่อแม่ที่สอนและแนะนำเรื่องทางเพศมากกว่า คนไทยมีค่านิยมที่ผิด ๆ การคุยกับลูกเรื่องเพศไม่ใช่เรื่องหน้าอายเลย ถ้าเราไม่แนะนำลูก ลูกก็อาจจะไปถามเพื่อนเหมือนไปทดลองกันเอง ถ้าเราบอกและแนะนำลูกเองจะไม่ดีกว่ารึเปล่า


 

คิดบวก

หากใครกำลังตกอยู่ให้ห้วงของความทุกข์ และยังหาความสุขให้ตัวเองไม่เจอ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนที่คิดมากกับทุกเรื่องไปแล้ว หากคุณยังหาทางออกไม่ได้ อยากให้ได้ลองมาอ่านตรงนี้สักนิด เผื่อจะได้เจอแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันของคุณได้ มาเริ่มกันเลย

              สาเหตุของความทุกข์ทั้งหลาย มักเกิดขึ้นกับคนที่คิดลบ คนที่คิดลบจะไม่ประสบความสำเร็จ หรือประสบความสำเร็จได้ยากกว่าคนคิดบวก จะทำให้คนที่อยู่รอบข้างหมดศักยภาพไปด้วย เพราะอะไรน่ะหรอ เราลองมาคิดเล่นๆว่า ถ้าวันหนึ่งคุณไปทำงานด้วยความสดใสเหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่เมื่อถึงที่ทำงาน เจ้านายเดินมาบอกคุณว่า คุณยังทำงานไม่ดี ขอให้คุณทำงานให้ดีขึ้นกว่านี้ แล้วหัวหน้าก็เดินจากไป ทิ้งให้เรายืนงงอยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ดังนั้นเรามี 2 ข้อให้คุณได้เปรียบเทียบความแตกต่างทางความคิดของแต่ละบุคคล ดังนี้

  1. คิดลบ วิ่งร้องไห้ออกจากบริษัทไปแล้วบอกกับทุกคนในครอบครัวว่าจะออกจากงานเพราะรับไม่ได้กับคำพูดที่หัวหน้ากล่าวมา 

  2. คิดบวก ยิ้มรับปัญหา แล้วนึกหาเหตุผลว่าที่หัวหน้าได้กล่าวมามันจริงดังเขาว่าหรือเปล่า ถ้าเป็นจริง ฉันจะปรับปรุงตัวเอง และจะทำงานให้ดีขึ้น 

ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกคิดแบบใด  ถ้าคิดในแบบข้อที่ 1 คุณจะไม่ได้พบเจอกับความสำเร็จในชีวิต เพราะต่อให้คุณเปลี่ยนสถานที่ทำงาน คุณก็ยังต้องเจอกับคนหลายรูปแบบเช่นเดิม แต่ถ้าลองมาคิดในแบบข้อที่ 2 อยู่ที่ไหนคุณก็จะมีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน

มาดูวิธีที่จะช่วยกำจัดความคิดที่ไม่ดีออกจากตัวเรากันดีกว่า เป็นวิธีที่เรานำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เราไปเจอมาทั้งในอินเทอเน็ต และในชีวิตจริง จึงอยากนำมาแชร์ให้ทุกคนได้นำไปใช้ 

ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีต่อความคิดเพราะจะทำให้สมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดได้ดี อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ เพราะจะทำให้สุขภาพแข็งแรง ถือได้ว่าดียกกำลังสองเลยนะ

เชื่อมั่นในตัวเอง

อย่าให้คำพูดของผู้อื่นมามีบทบาทต่อชีวิตเรามากจนเกินไป ยึดมั่นในตัวเอง เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานชีวิตที่แตกต่างกัน มองข้อดีของตัวเองอยู่เสมอ


มองโลกในแง่ดี

ไม่ว่าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่แย่แค่ไหน ขอให้คุณคิดบวกไว้เสมอว่า เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป อย่าไปยึดติดกับความรู้สึกนั้นนานนัก เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น เช่น ถ้าคุณกำลังอกหัก อย่าร้องคร่ำครวญจนลืมนึกถึงคนที่อยู่ข้างหลัง และก็ให้คิดเสมอว่าคนที่เขาคบกันมา10-20 ปี เขาก็ยังเลิกกันได้ ถ้าในวันนี้เขาไม่เห็นคุณค่าในตัวเรา ก็อย่าไปให้ราคากับคนแบบนั้นเลย ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน หรือถ้าวันนี้เราโดนไล่ออกจากงาน ก็ขอให้คิดไว้ว่า มันอาจจะยังไม่ใช่ทางของเรา ไม่เป็นไรในเมื่อแรงยังมี ไม่ตายก็หาใหม่ได้ เป็นต้น

ออกไปอยู่กับธรรมชาติ

หาเวลาว่างออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ เช่น ออกไปเที่ยวชมนกชมไม้ที่ภูเขา ออกไปนั่งมองพระอาทิตย์ตกที่ทะเล ออกไปรับลมเย็น ๆ ที่ลำธาร เป็นต้น เราลองมาแล้ว มันได้ผลดีจริง ๆ นะ จากที่เครียด ๆ คุณจะรู้สึกผ่อนคลาย คุณจะลืมไปเลยว่าคุณเครียดเรื่องอะไรมา ยิ่งไปกับครอบครัว หรือคู่รัก ก็จะยิ่งดีไปใหญ่ ลองไปทำดูนะ หาเวลาออกไปเที่ยวบ้าง

ให้กำลังตัวเองอยู่เสมอ

ถึงจะไม่มีใครให้กำลังใจเรา เราก็ต้องให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ วิธีคิดที่ดีคือ อย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับใคร มองความสำเร็จของผู้อื่นแล้วเอามาผลักดันตัวเองนั้นเกิดความอดทนที่จะสู้เพื่ออนาคตของตัเราเอง